เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านระบบภาพและเสียง มากกว่า 10 ปี เราจำหน่ายโปรเจคเตอร์คุณภาพดี ราคาถูก มีบริการหลังการขาย เราเป็นศูนย์บริการรับซ่อม  ทั้งจำหน่ายโปรเจคเตอร์ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ไม่ว่าจะนอกประกันหรือในประกัน   Acer BenQ EPSON Panasonic Viewsonic ฯลฯ และอีกหลายยี่ห้อ เราให้บริการทั้งในจังหวัดเชียงใหม่  จังหวัดใกล้เคียง และรวมถึงทุกจังหวัดในประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้าน

อย่าตัดสินใจเลือกซื้อโปรเจคเตอร์ เพียงแค่ราคาถูกอย่างเดียว

ควรพิจารณาจากปัจจัยในการเลือกซื้อที่ถูกวิธี 5 ต้อง ดังนี้

1.ต้องมีหน้าร้านที่สามารถติดต่อได้ และมั่นใจว่าเมื่อซื้อสินค้าไปและเครื่องมีปัญหาจะมีผู้รับผิดชอบ เช่น ลูกค้าจำนวนมากที่ซื้อผ่านเวปไซต์ที่ไม่มีหน้าร้าน เพียงเพราะราคาถูก และพบปัญหาคือเมื่อเครื่องมีปัญหา ไม่มีใครรับผิดชอบติดต่อไม่ได้   จนต้องไปหาซ่อมที่ร้านอื่นก็ไม่ค่อยรับเพราะไม่ได้ซื้อจากร้าน

2.ต้องมีความรู้ พนักงานขายต้องให้คำแนะนำรุ่น ราคา ที่ตรงตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งพนักงานของบริษัทฯ ทุกคนมีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ทางด้านโปรเจคเตอร์โดยตรง จริงใจและซื่อสัตย์กับลูกค้า หากพนักงานไม่รู้จริงอาจแนะนำรุ่นที่ไม่ตอบสนองความต้องการ เมื่อนำไปใช้งานก็ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่นานก็ต้องซื้อเครื่องใหม่เพื่อให้ตอบโจทย์ หรือบางรายไม่ได้ใช้งานอะไรมาก  แต่พนักงานขายไม่ซื่อสัตย์ต้องการขายรุ่นที่มีราคาแพง ทำให้ลูกค้าต้องสิ้นเปลืองโดยไม่มีความจำเป็น

3.ต้องมีบริการหลังการขาย เป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญมากสำหรับเครื่องโปรเจคเตอร์ ทางบริษัทฯ เรามีช่างผู้เชี่ยวชาญด้านซ่อมโปรเจคเตอร์โดยเฉพาะ ผ่านการสอบจากผู้ผลิต อนุญาตให้ซ่อมเครื่องในประกัน หากเครื่องมีปัญหา สามารถรับเครื่องกลับภายในระยะเวลาที่รวดเร็ว

4.ต้องมีบริการ Help desk ทางบริษัทฯ เรามีพนักงานที่พร้อมจะดุแลคุณ สามารถให้คำแนะนำในการติดตั้ง

set up และการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นทางโทรศัพท์ได้ สามารถตอบคำถามได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องโอนสาย ไปมา

5. ต้องรับผิดชอบ ทางบริษัทฯ รับประกันทุกเครื่องที่ซื้อจากที่ร้าน ถ้าอยู่ในประกันซ่อมฟรี ถ้าหมดประกันฟรีค่าแรง คิดเฉพาะค่าอะไหล่

ในปัจจุบันเราจะเห็น Projector ที่วางขายในท้องตลาดมีให้เลือกใช้ และเลือกซื้อกันมากมายทั้งในส่วนของการนำเสนอผลงาน Presentation และการนำมาใช้งานในระบบ Home Theater เรามาทำความรู้จักกันว่า Projector ประเภท ที่นิยมใช้งานกันทั่วไปมีกี่ประเภท และอะไรบ้าง โดยเราจะแยกประเภทของ Projector ตามลักษณะของการแสดงภาพออกเป็นแต่ละประเภทดังนี้
 
LCD (Liquid Crystal Display) Projector
เป็นที่นิยมกันมากทั้งการใช้งาน Presentation และการนำมาใช้งานในระบบ Home Theater การแสดงภาพของ LCD Projector จะใช้แสงยิงผ่าน Panel สี 3 ชุด (Red, Green, Blue) ส่งไปรวมกันเป็นภาพที่แผง LCD Panel และส่องผ่านชุดเลนส์ส่งเป็นภาพไปฉายที่จอรับภาพ LCD Projector ยี่ห้อที่นิยมใช้กัน เช่น Panasonic , Epson , Sanyo
ข้อดี 
1.ให้ภาพที่สว่าง และมีสีสัน สดใส สวยงาม เสียงพัดลมเงียบ
ข้อเสีย
1.Pixel แต่ละ Pixel มีความห่างกันมากกว่า Projector ชนิดอื่น
2.ความคมของภาพ และความดำของภาพ ยังสู้เครื่องฉายระบบอื่นไม่ได้
3.แผง Panel ของภาพเกิดการเหลื่อมของสีได้ง่ายกว่าระบบอื่น สังเกตง่ายๆ ด้วยการเปิด pattern สีขาว 100% จะเห็นว่าแสดงสีขาวไม่ขาวทั่วกันทั้งจอ
DLP (Digital Light Processing) Projector
เป็น Projector อีกหนึ่งประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุด กับการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งการใช้งาน Presentation และการนำมาใช้งานในระบบ Home Theater การแสดงภาพใช้แสงยิงผ่านวงล้อสี Color Wheel ส่งภาพไปยังชิปแสดงภาพ DMD (Digital Micromirror Device) ซึ่งประกอบไปด้วยกระจกสะท้อนแสงชิ้นเล็กๆจำนวนมาก ส่งภาพต่อไปยังชุดเลนส์ส่งเป็นภาพฉายไปที่จอรับภาพ DLP Projector ยี่ห้อที่นิยมใช้กัน เช่น Infocus , BenQ , Vivitek , Optoma
ตัวอย่าง DLP Projector จาก BenQ
ข้อดี 
1.ราคาไม่แพง แสงสว่างดีมาก
2.ให้ภาพและการเคลื่อนไหวที่ดี สีอิ่ม และสวยงามดูเป็นธรรมชาติ
3.มี Pixel ที่ใกล้กันมากกว่าระบบ LCD ภาพจึงมีความคมชัด
ข้อเสีย 
1.ความดำของภาพยังไม่ดำมาก
2.เนื่องจากต้องยิงแสงผ่านวงล้อสี จึงทำให้เห็นแสงรุ้ง (Rainbow Effect) ได้ง่ายแต่ DLP Projector รุ่นใหญ่ๆแก้ไข ด้วยการเพิ่ม Speed ของ Color Wheel ให้สูงขึ้นถึง 6X จึงไม่มีปัญหานี้
3.บางรุ่นมีความร้อนสูงพัดลมจึงทำงานเสียงดัง
 
LCOS (Liquid Crytal On Silicon) Projector
เป็น Projector ที่มีการรวมเอาข้อดีจากทั้งสองระบบคือ LCD และ DLP มารวมไว้ด้วยกัน แสดงภาพโดยการใช้การสะท้อนแสงของสีทั้ง 3 Panel (Red, Green, Blue) โดยใช้การสะท้อนแผ่น Liquid Crystal แทนการสะท้อนกระจกเงาบนชิป DMD ซึ่งแผ่น Liquid Crystal จะประกอบด้วยเซลภาพจำนวนมาก จึงให้ภาพที่มีคุณภาพสูงกว่าทั้ง LCD และ DLP และเป็นที่นิยมมากในการนำมาใช้ในระบบ Home Theater LCOS Projector ที่นิยมใช้กัน (มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป) JVC เรียก DILA) ส่วน SONY เรียก SXRD
ข้อดี
1.มี Pixel ที่ชิดกันมากจึงมองไม่เห็น Screen Door หรือช่องว่างระหว่าง Pixel
2.ให้ภาพที่สวยงาม และสีสันสดใส โดยเฉพาะคอนทราสท์และความดำของภาพที่ดีมากกว่าระบบ LCD และ DLP อย่างชัดเจน
3.การทำงานของเครื่องที่เงียบมากๆ
ข้อเสีย
1.ราคาสูงเมื่อเทียบกับระบบอื่น มีโอกาสเกิดการเหลื่อมของสีเพราะประกอบด้วย Panel 3 ชุดไม่เหมือนระบบ DLP ที่เป็น Single Chip
2.แสงสว่างน้อยเมื่อเทียบกับบระบบอื่น จึงไม่เหมาะกับการใช้งานในห้องที่มีแสงรบกวน หรือการใช้ร่วมกับจอรับภาพที่มีขนาดใหญ่มากๆ
นอกจากนี้ในปัจจุบันเริ่มมีการหันมาใช้ LED Projector และ LASER Projector กันมากขึ้น แต่ก็ยังไม่เท่า LCD, DLP และ LCOS ซึ่งเป็นที่นิยมและแพร่หลายมากกว่าระบบ Dual Laser ของ EPSON
ระบบ Blue Lasers ของ JVC
 
Laser Projector
เป็นนวัตกรรมใหม่ของ Projector ที่มีการนำ Laser มาใช้เป็นแหล่งกำเนิดแสง แทนหลอดภาพที่ใช้ใน Projector ทั่วไป จึงทำให้มีความสว่างที่ดี และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าหลอดภาพแบบทั่วไปเป็นอย่างมาก ซึ่งการใช้ Laser เองก็ยังแบ่งป็น 2 ระบบ ระบบแรกจากทางค่าย EPSON เป็นการต่อยอดมาจากระบบ LCD ของ EPSON เองโดยใช้แหล่งกำเนิดแสงแบบ Dual Laser Light Source คือมีการใช้ Blue Laser Diode แบ่งการทำงานออกเป็น 2 ชุด โดยชุดแรกจะยิงแสงสีน้ำเงินส่งไปที่ Blue LCD Panel โดยตรง ในขณะที่แสงสีน้ำเงินจาก Blue Laser Diode ชุดที่สอง จะยิงผ่านแผ่นสะท้อน (Yellow Phosphor) ออกมามาเป็นแสงสีเหลือง ซึ่งแสงสีเหลืองนี้ก็จะถูกกรอง และแยกออกเป็นแสงสีแดง และแสงสีเขียว ก่อนจะส่งไปรวมยัง Red และ Green LCD Panel แล้วส่งเป็นภาพผ่านเลนส์ไปฉายที่จอรับภาพ
ข้อดี 
1.มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
2.สีสันดีกว่าระบบอื่น
3.Contrast และ Black Level ดีกว่าระบบอื่น
4.การทำงานของเครื่องเงียบ และประหยัดพลังงาน
ข้อเสีย 
1.ราคาของเครื่องยังสูงมากเมื่อเทียบกับเครื่องฉายระบบอื่น

Leave a comment